โรงเรียนวัดแหลมทอง

หมู่ที่ 3 บ้านคลองฉนาก ตำบลคลองฉนาก อำเภอเมืองสุราษฎร์ธานี จังหวัดสุราษฎร์ธานี 84000

Mon - Fri: 9:00 - 17:30

062 2436501

ยา ผู้ป่วยโรคหลอดเลือดหัวใจตีบควรเลือกรับประทานยาที่ถูกต้อง

ยา เมื่อเกิด อาการเจ็บหน้าอกขึ้นจะต้องนับทุกๆวินาที มิฉะนั้นไม่เพียงแต่จะมีอาการเจ็บหัวใจอย่างต่อเนื่องเท่านั้น ล่าสุดรับผู้ป่วยโรคหลอดเลือดหัวใจตีบ 3 ราย เมื่อผู้ป่วยทั้ง 3 รายนี้มีโรคหลอดเลือดหัวใจตีบ เลือกยารักษาโรคหัวใจที่ใช้กันทั่วไปแล้วผู้ป่วย 3 รายนี้ใครถูกหรือผิด กรณีที่หนึ่งผู้ป่วยอายุ 62 ปี มีอาการปวดก่อนกำหนดอย่างกะทันหัน จากนั้นจึงกินยาบำรุงหัวใจจำนวน 8 เม็ด

อาการของผู้ป่วยกินเวลาประมาณ 8 นาทีและค่อยๆ บรรเทาลง จากนั้นเขาก็ไปโรงพยาบาลเพื่อรับการรักษา หลังจากรักษาตัวในโรงพยาบาล ได้ทำการตรวจหลอดเลือด หัวใจของเขาและหลอดเลือดใหญ่ตีบลง 95 เปอร์เซ็นต์และใส่ขดลวดในภายหลัง กรณีที่สอง ผู้ป่วยอายุ 55 ปี มีอาการปวดท้องกะทันหันและกินไนโตรกลีเซอรีน 1 แคปซูล อาการของผู้ป่วยจะหายเป็นปกติในเวลาประมาณ 2 นาที จากนั้นเขาก็ไปโรงพยาบาลเพื่อรับการรักษา

ยา

หลังจากที่เขาเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล เขาเข้ารับการตรวจหลอดเลือดหัวใจของเขาและหลอดเลือดขนาดใหญ่แคบลง 98 เปอร์เซ็นต์และมีการใส่ขดลวดในภายหลัง กรณีที่สาม ผู้ป่วยอายุ 77 ปี มีอาการปวดท้องกะทันหันและจากนั้นก็รับยาแอสไพริน 300มิลลิกรัม อาการของผู้ป่วยค่อยๆ บรรเทาลงในเวลาประมาณ 15 นาที จากนั้นเขาก็ไปโรงพยาบาลเพื่อรับการรักษา

หลังจากที่เขาเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล เขาเข้ารับการตรวจหลอดเลือดหัวใจของเขาแคบลง 98 เปอร์เซ็นต์และมีการใส่ขดลวดในภายหลัง จากการตรวจคาร์ดิโอแกรมหลอดเลือดหัวใจของผู้ป่วยทั้ง 3 รายมีการตีบตันที่ชัดเจนและรุนแรง

จากนั้นอาการปวดท้องก่อนกำหนด ก็เป็นอาการหลอดเลือดหัวใจตีบตันแน่นอน หลังจากเริ่มมีอาการของโรคผู้ป่วยทั้งสามก็ใช้ยาที่แตกต่างกัน และอาการของผู้ป่วยก็บรรเทาลง แม้ว่าระยะเวลาในการบรรเทาทุกข์จะนานหรือสั้นก็ตาม

คนไข้ 3 คนนี้กินยาถูกหรือเปล่า วิธีตัดสินว่ายาปฐมพยาบาลในช่องปากมีประสิทธิภาพหรือไม่ เราตัดสินว่ายาตัวใดมีประสิทธิภาพเมื่อเกิดอาการเจ็บหน้าอกขึ้น ไม่ได้หมายความว่าหลังจากรับประทานยาแล้วอาการจะลดลง หรือหายไปชั่วขณะหนึ่งและยาสามารถพิสูจน์ได้ว่ามีประสิทธิภาพ ปัจจุบันมาตรฐานในการตัดสินว่ายาฉุกเฉินได้ผลดีหรือไม่ คือผลกระทบที่มีนัยสำคัญ หลอดเลือดหัวใจตีบหน้าอกหายไปหรือบรรเทาลงโดยทั่วไปภายใน 3 นาทีหลังการให้ยา

ได้ผลอาการเจ็บหน้าอกจะหายไป หรือหายเป็นปกติภายใน 3 ถึง 5 นาทีหลังการให้ยา ไม่ได้ผลคือเจ็บหน้าอกค่อยๆบรรเทาหรือไม่ดีขึ้นหลังจากใช้ยาเกิน 5 นาที จะเห็นได้ว่าภายใน 3 นาที หรือ 3 ถึง 5 นาทีเท่านั้นอาการเจ็บหน้าอกจะหายไปหรือบรรเทาลงโดยทั่วไปเรียกว่าได้ผลหรือไม่ ถ้าทานยาแล้วหายนานกว่า 5 นาที ถือว่าใช้ไม่ได้ผล ประเด็นนี้ต้องชัดเจนกล่าวคือ ภายใน 3 นาที อย่างน้อยภายใน 5 นาทีจึงจะได้ผล แทนที่จะกินยา 8 นาที 12 นาทีก็มีผลเช่นกัน

ประการที่สอง ความแตกต่างระหว่างยาฉุกเฉินโรคหัวใจ 3 ชนิด หากพูดอย่างเคร่งครัด ยาทั้งสามชนิดนี้เป็นยาที่เกี่ยวกับโรคหัวใจ แต่ไม่อาจกล่าวได้ว่าเป็นยาฉุกเฉินสำหรับโรคหัวใจ เนื่องจากมีโรคหัวใจหลายชนิด ได้แก่ โรคหลอดเลือดหัวใจ หัวใจล้มเหลว ภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ โรคลิ้นหัวใจ โรคกล้ามเนื้อหัวใจตาย ยาบำรุงหัวใจ ไนโตรกลีเซอรีนและแอสไพริน สามารถกล่าวได้ว่าเป็นยาที่เกี่ยวข้องกับโรคหลอดเลือดหัวใจตีบหรือ อาการเจ็บหน้าอกและแอสไพริน

ซึ่งไม่สามารถกล่าวได้ว่าเป็นยาฉุกเฉินสำหรับโรคหลอดเลือดหัวใจตีบตัน ชนิดแรก ยาบำรุงหัวใจ ส่วนผสมหลักของยาบำรุงหัวใจ คือ ลำต้นใต้ดินแห้งของโกฐหัวบัว พิมเสน ลำต้นใต้ดินแห้งของโกฐหัวบัวมีฤทธิ์ในการส่งเสริมพลังงานในร่างกาย และภาวะซึมเศร้าที่ตกต่ำช่วยส่งเสริมการไหลเวียนโลหิต และบรรเทาอาการปวด พิมเสน มีผลทำให้ฟื้นคืนชีพและฟื้นฟูสภาพล้างสิ่งสกปรก และการกำจัดความขุ่นและใช้สำหรับการรักษาโรคหลอดเลือดหัวใจ

และหลอดเลือดหัวใจตีบของความเมื่อยล้าพลังงานและเลือดชะงัก แนะนำให้รับประทานหากจำเป็นครั้งละ 4 ถึง 6 แคปซูล วันละ 3 ครั้ง สำหรับการโจมตีแบบเฉียบพลัน ครั้งละ 10 ถึง 15 แคปซูล คือเมื่อไม่มีอาการชักให้รับประทานครั้งละ 4 ถึง 6 แคปซูล วันละ 3 ครั้ง เป็นยาสามัญสำหรับการรักษาฉุกเฉินครั้งละ 10 ถึง 15 แคปซูลตามทฤษฎีแล้วมันบรรเทาอาการเจ็บหน้าอกได้ ยาชนิดที่สอง ไนโตรกลีเซอรีน คือไนโตรกลีเซอรีน มีสูตรเคมี C3H5N3O9

ซึ่งสามารถระเบิดได้เนื่องจากแรงสั่นสะเทือน เป็นสารเคมีอันตราย คือ TNT ที่เรียกว่าระเบิด เม็ดไนโตรกลีเซอรีน 0.3 เปอร์เซ็นต์ สามารถขยายหลอดเลือด รวมทั้งขยายหลอดเลือดหัวใจและหลอดเลือดที่เป็นหลักประกัน ขยายหลอดเลือดดำ ลดผลตอบแทนของเลือด ลดความดันเตียงหลอดเลือดในปอดและความดันลิ่มเลือดในปอด และสามารถรักษาโรคหลอดเลือดหัวใจตีบที่เกิดจากการตีบของหลอดเลือดหัวใจ และสุดท้าย ยา แอสไพริน คุณสามารถทานได้ทุกครั้งที่ปวดแต่ไม่ควรทานมากจนเกินไป อย่างไรก็ตามควรทานตามที่แพทย์ได้แนะนำจะเป็นสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับคุณ

อ่านต่อได้ที่>>> การทำงานเป็นทีม ข้อดีและข้อเสียของการทำงานเป็นทีม